วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551

เทคโนโลยี

เทคโนโลยี คือ การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์
คำว่า เทคโนโลยี ในทางเศรษฐศาสตร์ มองเทคโนโลยีว่า เป็นความรู้ของมนุษย์ ณ ปัจจุบัน ในการนำเอาทรัพยากรมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ (รวมถึงความรู้ว่าเราสามารถผลิตอะไรได้บ้าง) ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะเกิดขึ้นเมื่อความรู้ทางเทคนิคของเราเพิ่มขึ้น
คำว่า “เทคโนโลยี” มีความสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตของมนุษย์มาเป็นเวลานาน เป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้แก้ปัญหาพื้นฐาน ในการดำรงชีวิต เช่น การเพาะปลูก ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ในระยะแรกเทคโนโลยีที่นำมาใช้ เป็น เทคโนโลยีพื้นฐานไม่สลับซับซ้อนเหมือนดังปัจจุบัน การเพิ่มของประชากร และข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งมีการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศเป็นปัจจัยด้านเหตุสำคัญในการนำและพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กันมาก เทคโนโลยีเกิดจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับประเทศตะวันตก ได้ศึกษาค้นคว้าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นความรู้ที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยหลักสำคัญคือ ความรู้ทาง ิทยาศาสตร์คือการพยายามที่อธิบายว่าทำไมจึงเกิดอย่างนั้น (Why) เช่น นักฟิสิกส์ อธิบายว่า เมื่อขดลวดตัดสนามแม่เหล็กจะได้กระแสไฟฟ้า และน้ำเกิดจากไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจนเป็นต้น

ล้อ เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาตั้งแต่ยุคโบราณ
ส่วนในความหมายของเทคโนโลยีเป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษย์ กล่าวคือ เทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวโลก มีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใดกล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ บทบาทของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเป็นลำดับ เช่น การตราพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในปี พศ 2514 และจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานแห่งชาติขึ้นในปี พศ 2522 ให้ทำหน้าที่หลักในการเผยแพร่และพัฒนาผลงานทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทต่อการพัฒนาอย่างมาก กล่าวโดยสรุปดังนี้
เทคโนโลยีกับการพัฒนาอุตสาหกรรม การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้น ประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนและ รักษาสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย เช่น คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสาร เทคโนโลยีชีวภาพและพันธุกรรม วิศวกรรม เทคโนโลยีเลเซอร์ การสื่อสาร การแพทย์ เทคโนโลยีพลังงาน เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ เช่น พลาสติก แก้ว วัสดุก่อสร้าง โลหะ
เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาอย่างมาก แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาจะต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน เช่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคในโอกาสและการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความ ผสมกลมกลืนต่อการพัฒนาประเทศชาติและส่วนอื่นๆอีกมาก

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ชีวิตของเรา ต่างอะไรกัน ผ้าขี้ริ้ว (อีกมุมที่น่าคิด)

1.ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบายความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้มอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

2.ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

3.ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง

4.ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้ เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น

5.ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน

6.ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร

7.ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น

8.ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง เหมือนคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้ เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน

9.ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่ เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกึนปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค ครงนั้นให้ได้ ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก
เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง
ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง คุณเห็นด้วยไหม ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ดอกมะลิวันแม่

วันแม่ ใน สมัยก่อนนั้นไม่มีการกำหนดวันแม่ให้แน่ชัดเนื่องจากเกิดเหตุการณ์หลายอย่าง การจัดวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2486 ณ สวนอัมพร แต่เนื่องจากช่วงนั้น เป็นช่วงสงครามโลก ปีต่อมาจึงงด หลายฝ่ายพยายามรื้อฟื้นวันแม่ขึ้นมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และได้วันที่เป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน เริ่มขึ้นในปี 2493 จัดในวันนี้ไปอีกหลายปีแต่ต้องหยุดชะงักลง เพราะกระทรวงวัฒนธรรมโดนยุบ ต่อมาได้กำหนดจัดวันแม่วันที่ 4 ตุลาคม เริ่มในปี 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี 2519 คณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา
เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับ ความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย…

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ (Computer Organization)

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ (Computer Organization) หมายถึง ส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อเข้าด้วยกันของส่วนประกอบ และลักษณะเด่นของส่วนประกอบนั้นถูกนำเสนอออกมาอย่างไร ตัวอย่างเช่น สัญญาณควบคุมการทำงาน, ช่องทางการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง และเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างหน่วยความจำ
ทั้ง architecture และ organization จะมีความสัมพันธ์กัน และมักจะพิจารณาควบคู่กันไปเสมอ เช่น การที่จะบอกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้สามารถทำการคูณได้หรือไม่นั้น เป็นการกล่าวถึง architecture แต่การคูณนั้นจะเกิดจากการสร้างวงจรหรือฮาร์ดแวร์สำหรับการคูณโดยตรง หรือจะใช้วงจรการบวกซ้ำกันหลายๆ ครั้ง นี่เป็นการกล่าวถึง organization
ในการผลิตคอมพิวเตอร์นั้น บริษัทผู้ผลิตมักจะผลิตคอมพิวเตอร์ที่มีสถาปัตยกรรมเหมือนกัน แต่จะมีออร์กาไนเซชั่นต่างกัน ซึ่งจะทำให้มีความแตกต่างกันในด้านราคา ประสิทธิภาพ สถาปัตยกรรมที่ก้าวหน้าและทันสมัยสามารถที่จะใช้ในการสร้างคอมพิวเตอร์ได้ในระยะเวลาที่ยาวนานหลายปี คงแตกต่างกันเฉพาะ organization ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ในตระกูล Intel x86 จะใช้สถาปัตยกรรมพื้นฐานแบบเดียวกันทั้งตระกูล โดยหากต้องการใช้งานในระดับต่ำก็อาจซื้อรุ่นที่มีราคาถูก ทำงานค่อนข้างช้า แต่หากมีเงินเพียงพอก็อาจขยับไปซื้อรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ก็ยังคงใช้ซอฟต์แวร์ตัวเดิมได้ หรือคอมพิวเตอร์ในตระกูล IBM System/370 ก็จะใช้สถาปัตยกรรมเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นราคาถูกหรือราคาแพง คงแตกต่างกันเฉพาะเทคโนโลยีบางอย่าง เช่น หน่วยความจำ ซีพียู หรืออื่นๆ
ส่วนใหญ่แล้ว คอมพิวเตอร์ที่มีสถาปัตยกรรมเดียวกัน มักจะสามารถรันบนคำสั่งหรือโค๊ดเดียวกันหรือเข้ากันได้ เช่น หากเปลี่ยนเครื่องที่มีราคาหรือประสิทธิภาพสูงกว่า (Organization ต่างกัน) ก็ยังสามารถใช้ระบบปฏิบัติการหรือ OS เดิมได้
Structure & Function
Structure หรือ โครงสร้าง หมายถึง วิธีที่ส่วนประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์จะเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ส่วน Function หรือหน้าที่ หมายถึง การทำงานหรือกระบวนการของส่วนประกอบแต่ละชิ้นที่มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนั้น ซึ่งหน้าที่ของคอมพิวเตอร์นั้น โดยพื้นฐานแล้ว มี 4 function คือ
· ประมวลผลข้อมูล (Data Processing) เช่น การปรับปรุงข้อมูล การคำนวณ
· เก็บบันทึกข้อมูล (Data Storage) เช่น การดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาเก็บไว้ที่ดิสก์
· เคลื่อนย้ายข้อมูล (Data Movement) เช่น การรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด และนำไปแสดงผลบนจอภาพ (echo)
· ควบคุม (Control)
คอมพิวเตอร์จะมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เรามักเรียกอุปกรณ์เหล่านั้นว่า อุปกรณ์ต่อพ่วง (peripherals) และการติดต่อกับอุปกรณ์เหล่านั้นทำได้โดยติดต่อผ่านทางสายสื่อสาร (communication lines)
โครงสร้างภายในของคอมพิวเตอร์เมื่อมองในมุมมองบนสุด (Top Level) จะเห็นว่าคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วนคือ
· หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
· หน่วยความจำหลัก (Main Memory)
· หน่วยอินพุตเอาท์พุต (Input Output)
· การเชื่อมต่อกันของระบบ (System Interconnection)
ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ก็คือ CPU ซึ่งถ้ามองลึกลงไป CPU จะประกอบไปด้วยส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วนคือ
· หน่วยควบคุม (Control Unit) การทำงานของ CPU
· หน่วยคำนวณทางคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit : ALU)
· รีจิสเตอร์ (registers) หรือหน่วยความจำเล็กๆ ที่ใช้บันทึกข้อมูลภายใน CPU
· การเชื่อมต่อกันภายใน CPU (Internal CPU Interconnection)
หัวใจสำคัญของ CPU ก็คือ CU ซึ่งถ้ามองลึกลงไป CU จะประกอบไปด้วยส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือ
· Sequencing Logic เป็นฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ CU และสร้างสัญญาณควบคุม (Control Signal) ซึ่งมาจากโปรแกรมขนาดเล็ก (Microprogram) ที่ใส่ไว้ใน Control Memory
· Control Unit Registers and Decoders เป็นรีจิสเตอร์ภายใน CU ที่ทำหน้าที่เก็บคำสั่งที่ถูกอ่านเข้ามา และแปลคำสั่งนั้น
· Control Memory จะเก็บโปรแกรมขนาดเล็ก (mocroprogram) ที่เป็นคำสั่ง (instruction) ซึ่งจะถูกทำกระบวนการ Fetch, decode, execute ด้วย Sequencing logic ผลลัพธ์ที่ได้จะส่งเป็น Control signal ไปควบคุมหรือสั่งการทำงานของ CPU
ทำไมต้องเรียนวิชา Computer Architecture and Organization
วารสาร IEEE/ACM Computer Curricula 2001 ซึ่งจัดทำโดย the Joint Task Force on Computing Curricula of the IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) Computer Society and ACM (Association for Computing Machinery) ได้เสนอชื่อวิชาสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ให้เป็นหนึ่งในวิชาที่ควรบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาสำหรับสาขาวิชา computer science …
เหตุผลที่ต้องเรียน - เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ทั้งด้านหน้าที่การทำงาน คุณลักษณะ ประสิทธิภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างกัน สามารถมองเห็นภาพและเลือกคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการใช้งานในองค์กรขนาดต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Cache, CPU หรือองค์ประกอบอื่นๆ

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

กระท้อนลอยแก้ว'

กระท้อนลอยแก้ว'


ส่วนผสม1. กระท้อนปุยฝ้าย 2 ผล2. น้ำตาลทราย1/2 ถ้วย3. เกลือป่น 3/4 ช้อนชา4. น้ำร้อน 1 ถ้วย5. น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วยลงมือเข้าครัว1. ปอกเปลือกระท้อนที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นใช้มีดปลายแหลมแซะเม็ดออก หั่นกระท้อนให้เป็นชิ้นขนาดพอคำ พักไว้2. นำเกลือที่เตรียมไว้มาละลายในน้ำร้อน จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง นำกระท้อนที่หั่นเตรียมไว้ แช่ลงไป ทิ้งไว้สักครู่3. หันมาทำน้ำเชื่อมกันก่อน โดยนำน้ำตาลละลายเข้ากับน้ำลอยดอกมะลิ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง เสร็จแล้วนำขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อม (แต่ไม่ถึงกับเหนียว) เมื่อได้ที่นำลงจากเตา พักไว้ให้เย็น4. เตรียมภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิดเอาไว้ หลังจากนั้นช้อนกระท้อนขึ้นจากน้ำเกลือ ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำก่อนใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นเทน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ลงไป เติมเกลือเล็กน้อย ชิมให้รสชาติกลมกล่อม ปิดฝา แล้วทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจะนานกว่านั้นก็ได้ เพื่อให้น้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อกระท้อน เวลาจะรับประทานก็ตักกระท้อนใส่ถ้วย จากนั้นก็เติมน้ำแข็งเล็กน้อย พอให้เย็นชื่นใจ แค่นี้ก็เรียบร้อย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เรื่องดีๆที่เพื่อนฟอร์เวิร์ดมาให้อ่าน

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คนแต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปีวันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆของฉันมีกันจากนั้นพ่อก็รู้เรื่องพ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพงโดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน'ใครขโมยเงินไป' พ่อตวาดฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกันพ่อจึงเอ่ยขึ้นว่าถ้าไม่มีใครยอมรับก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ'พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้นทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้แล้วพูดว่า 'ผมขโมยเองครับ'ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่องพ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุดจนพ่อหอบด้วยความเหนื่อยพ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน' ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีกแกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย'คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมดแต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อยกลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมากน้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า' พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว'ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อหลายปีผ่านไปแต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เองฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลยตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี...เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้นเขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียนม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลายก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในจังหวัดเช่นกันคืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้านฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า ' ลูกเราทั้งคู่เรียนดีเรียนดีมากนะ'แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า'แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน'ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า' ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว'พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่'ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนนพ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้'คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆทั่วทั้งหมู่บ้านเพื่อขอยืมเงินฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้'แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้ใครจะรู้ได้ ... วันต่อมาในตอนเช้ามืดน้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิวก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ' พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....ผมจะไปหางานทำ แล้วจะส่งเงินมาให้พี่'ฉันนั่งอยู่บนเตียงอ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า ...ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไปตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี .ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน
รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหามทีไซท์ก่อสร้าง ...ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักเพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า 'มีชาวบ้านมาหาเธออยู่ข้างนอกแน่ะ'ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ???ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้างฉันถามเขาว่า'ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ'น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า 'ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี'ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้องและพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ' พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไงเธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม'จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงเป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉันแล้วพูดว่า'ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง'ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใดดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานานตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี .วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรกฉันสังเกตเห็นว่าหน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้วเมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมากหลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า'แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจกเพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ'แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า ' แม่ไม่ได้จ้างหรอกน้องชายลูกต่างหากวันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้านลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอน้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ'ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขาฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด 'เจ็บมากไหม'ฉันถาม'ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆมีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมดแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะและ...'น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูดเพราะฉันหันหน้าหนีเขา น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้งตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองหลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกันแต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่งแต่เมื่อออกไปแล้ว ท่านไม่รู้จะทำอะไรดีจึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิมน้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไปเขาบอกกับฉันว่า 'พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง'สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัวเราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัทแต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดาวันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิลและตกลงมาเพราะโดนไฟดูด เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาลฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลน้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า' ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้ดูตัวเองซิ เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง'คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียดยังยืนยันความคิดเดิมของเขา'พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธานส่วนผมมันการศึกษาต่ำ ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการคงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด'น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย .ฉันบอกกับน้องว่า 'แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่...''ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ' น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปีเขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกันในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า' ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้'น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล 'พี่สาวของผมครับ' .และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้'ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งเราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม. เพื่อเดินไปเรียนและเดินกลับบ้านวันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่งพี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่งและเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกลเมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาวเธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ ... นับจากวันนั้นผมสาบานกับตัวเองว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดีและจะทำดีกับเธอ' เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วสายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉันคำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ... 'ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ'ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขาคุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆแต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง.. ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อนหรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม

สรุปสำนักงาน

สำนักงาน หมายถึงหน่วยงานหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานสำคัญที่ก่อให้เกิดรายได้หรือผลผลิตขององค์กรลักษณะของข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงาน
คำสั่ง หมายถึง สิ่งที่กำหนดให้พนักงานและผู้บริหารต้องดำเนินการเมื่อได้รับ เช่น ใบสั่งซื้อสินค้าที่ได้รับจากลูกค้า

รายงาน หมายถึง เอกสาต่างๆเช่นรายงานการประชุม
เอกสรพิมพ์ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเอกสารพิมพ์ หมายถึง เอกสารที่พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
เสียง ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเสียง คือการพูดหรือบอกคำสั่ง เป็นต้นองค์ประกอบของสำนักงาน มีงานสำคัญที่ต้องปฏิบัติงานในสำนักงาน 7 ด้านดังนี้
1.ด้านบริการผู้บริหาร
2.ด้านข้อมูลและข่าวสาร
3.ด้านอาคารสถานที่ พัสดุและอุปกรณ์
4. ด้านการจัดการบุคลากร
5.ด้านการเงินและการบัญชี
6.ด้านการจัดการประชุม
7.งานประชาสัมพันธ์
องค์ประกอบของสำนักงาน(ต่อ)เครื่องพิมพ์ดีด โทรศัพท์ โทรสาร ตู้เก็บเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสารการวางแผนสำนักงานมีดังนี้วางแผนการจัดการสถาณที่และสภาพแวดล้อมวางแผนขั้นตอนการปฎิบัติงานกับการรับส่งและเบเอกสารวางแผนเกี่ยวกับกระแสงานวาวงแผนการจัดหาบุคลากรวางแผนการรักษาคววามปลอดภัยของเอกสารวางแผนการติดต่อสื่อสารภายใน-ภายนอกด้วยโทรศัพท์และโทรสารวางแผนการจัดซื้ออุกรณ์เครื่องใช้ วัสดุวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงานการจัดสายงาน
งานวิชาชีพ หมายถึง กลุ่มที่ทำงานต่างๆ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิกหรือวิศวกรงานสายสนับสนุน เช่น ช่าง หรือ นักเทคนิคด้านต่างๆสภาพแวดล้อมของสำนักงานที่ตั้งของสำนักงาน ควรตั้งอยู่ใกล้ร้านค้าหรือร้านอาหารการคมนาคมการเดินทางของพนักงานและผู้บริหารสำคัญมากสภาวภาพจิตใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นเดียวกัน
สำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในสำนักงานซึ่งประกอบด้วยพนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการคือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการช่วยให้ผู้คนจัดการสารสนเทศ สำนักงานอัตโนมัติเป็นหลักการ ป็นวิธีการใหม่สำหรับคิดและดำเนินการสารสนเทศ