วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551

เทคโนโลยี

เทคโนโลยี คือ การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ให้เกิดประโยชน์
คำว่า เทคโนโลยี ในทางเศรษฐศาสตร์ มองเทคโนโลยีว่า เป็นความรู้ของมนุษย์ ณ ปัจจุบัน ในการนำเอาทรัพยากรมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ (รวมถึงความรู้ว่าเราสามารถผลิตอะไรได้บ้าง) ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะเกิดขึ้นเมื่อความรู้ทางเทคนิคของเราเพิ่มขึ้น
คำว่า “เทคโนโลยี” มีความสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตของมนุษย์มาเป็นเวลานาน เป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้แก้ปัญหาพื้นฐาน ในการดำรงชีวิต เช่น การเพาะปลูก ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ในระยะแรกเทคโนโลยีที่นำมาใช้ เป็น เทคโนโลยีพื้นฐานไม่สลับซับซ้อนเหมือนดังปัจจุบัน การเพิ่มของประชากร และข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งมีการพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศเป็นปัจจัยด้านเหตุสำคัญในการนำและพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กันมาก เทคโนโลยีเกิดจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับประเทศตะวันตก ได้ศึกษาค้นคว้าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นความรู้ที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยหลักสำคัญคือ ความรู้ทาง ิทยาศาสตร์คือการพยายามที่อธิบายว่าทำไมจึงเกิดอย่างนั้น (Why) เช่น นักฟิสิกส์ อธิบายว่า เมื่อขดลวดตัดสนามแม่เหล็กจะได้กระแสไฟฟ้า และน้ำเกิดจากไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจนเป็นต้น

ล้อ เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาตั้งแต่ยุคโบราณ
ส่วนในความหมายของเทคโนโลยีเป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษย์ กล่าวคือ เทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวโลก มีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใดกล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ บทบาทของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเป็นลำดับ เช่น การตราพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในปี พศ 2514 และจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานแห่งชาติขึ้นในปี พศ 2522 ให้ทำหน้าที่หลักในการเผยแพร่และพัฒนาผลงานทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทต่อการพัฒนาอย่างมาก กล่าวโดยสรุปดังนี้
เทคโนโลยีกับการพัฒนาอุตสาหกรรม การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้น ประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนและ รักษาสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย เช่น คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสาร เทคโนโลยีชีวภาพและพันธุกรรม วิศวกรรม เทคโนโลยีเลเซอร์ การสื่อสาร การแพทย์ เทคโนโลยีพลังงาน เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ เช่น พลาสติก แก้ว วัสดุก่อสร้าง โลหะ
เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาอย่างมาก แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาจะต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน เช่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคในโอกาสและการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความ ผสมกลมกลืนต่อการพัฒนาประเทศชาติและส่วนอื่นๆอีกมาก

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ชีวิตของเรา ต่างอะไรกัน ผ้าขี้ริ้ว (อีกมุมที่น่าคิด)

1.ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบายความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้มอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

2.ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

3.ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง

4.ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้ เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น

5.ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน

6.ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร

7.ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น

8.ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง เหมือนคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้ เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน

9.ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่ เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกึนปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค ครงนั้นให้ได้ ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก
เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง
ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง คุณเห็นด้วยไหม ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ดอกมะลิวันแม่

วันแม่ ใน สมัยก่อนนั้นไม่มีการกำหนดวันแม่ให้แน่ชัดเนื่องจากเกิดเหตุการณ์หลายอย่าง การจัดวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2486 ณ สวนอัมพร แต่เนื่องจากช่วงนั้น เป็นช่วงสงครามโลก ปีต่อมาจึงงด หลายฝ่ายพยายามรื้อฟื้นวันแม่ขึ้นมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และได้วันที่เป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน เริ่มขึ้นในปี 2493 จัดในวันนี้ไปอีกหลายปีแต่ต้องหยุดชะงักลง เพราะกระทรวงวัฒนธรรมโดนยุบ ต่อมาได้กำหนดจัดวันแม่วันที่ 4 ตุลาคม เริ่มในปี 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี 2519 คณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา
เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับ ความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย…

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ (Computer Organization)

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ (Computer Organization) หมายถึง ส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อเข้าด้วยกันของส่วนประกอบ และลักษณะเด่นของส่วนประกอบนั้นถูกนำเสนอออกมาอย่างไร ตัวอย่างเช่น สัญญาณควบคุมการทำงาน, ช่องทางการติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง และเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างหน่วยความจำ
ทั้ง architecture และ organization จะมีความสัมพันธ์กัน และมักจะพิจารณาควบคู่กันไปเสมอ เช่น การที่จะบอกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้สามารถทำการคูณได้หรือไม่นั้น เป็นการกล่าวถึง architecture แต่การคูณนั้นจะเกิดจากการสร้างวงจรหรือฮาร์ดแวร์สำหรับการคูณโดยตรง หรือจะใช้วงจรการบวกซ้ำกันหลายๆ ครั้ง นี่เป็นการกล่าวถึง organization
ในการผลิตคอมพิวเตอร์นั้น บริษัทผู้ผลิตมักจะผลิตคอมพิวเตอร์ที่มีสถาปัตยกรรมเหมือนกัน แต่จะมีออร์กาไนเซชั่นต่างกัน ซึ่งจะทำให้มีความแตกต่างกันในด้านราคา ประสิทธิภาพ สถาปัตยกรรมที่ก้าวหน้าและทันสมัยสามารถที่จะใช้ในการสร้างคอมพิวเตอร์ได้ในระยะเวลาที่ยาวนานหลายปี คงแตกต่างกันเฉพาะ organization ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ในตระกูล Intel x86 จะใช้สถาปัตยกรรมพื้นฐานแบบเดียวกันทั้งตระกูล โดยหากต้องการใช้งานในระดับต่ำก็อาจซื้อรุ่นที่มีราคาถูก ทำงานค่อนข้างช้า แต่หากมีเงินเพียงพอก็อาจขยับไปซื้อรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ก็ยังคงใช้ซอฟต์แวร์ตัวเดิมได้ หรือคอมพิวเตอร์ในตระกูล IBM System/370 ก็จะใช้สถาปัตยกรรมเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นราคาถูกหรือราคาแพง คงแตกต่างกันเฉพาะเทคโนโลยีบางอย่าง เช่น หน่วยความจำ ซีพียู หรืออื่นๆ
ส่วนใหญ่แล้ว คอมพิวเตอร์ที่มีสถาปัตยกรรมเดียวกัน มักจะสามารถรันบนคำสั่งหรือโค๊ดเดียวกันหรือเข้ากันได้ เช่น หากเปลี่ยนเครื่องที่มีราคาหรือประสิทธิภาพสูงกว่า (Organization ต่างกัน) ก็ยังสามารถใช้ระบบปฏิบัติการหรือ OS เดิมได้
Structure & Function
Structure หรือ โครงสร้าง หมายถึง วิธีที่ส่วนประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์จะเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ส่วน Function หรือหน้าที่ หมายถึง การทำงานหรือกระบวนการของส่วนประกอบแต่ละชิ้นที่มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนั้น ซึ่งหน้าที่ของคอมพิวเตอร์นั้น โดยพื้นฐานแล้ว มี 4 function คือ
· ประมวลผลข้อมูล (Data Processing) เช่น การปรับปรุงข้อมูล การคำนวณ
· เก็บบันทึกข้อมูล (Data Storage) เช่น การดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาเก็บไว้ที่ดิสก์
· เคลื่อนย้ายข้อมูล (Data Movement) เช่น การรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด และนำไปแสดงผลบนจอภาพ (echo)
· ควบคุม (Control)
คอมพิวเตอร์จะมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เรามักเรียกอุปกรณ์เหล่านั้นว่า อุปกรณ์ต่อพ่วง (peripherals) และการติดต่อกับอุปกรณ์เหล่านั้นทำได้โดยติดต่อผ่านทางสายสื่อสาร (communication lines)
โครงสร้างภายในของคอมพิวเตอร์เมื่อมองในมุมมองบนสุด (Top Level) จะเห็นว่าคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วนคือ
· หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU)
· หน่วยความจำหลัก (Main Memory)
· หน่วยอินพุตเอาท์พุต (Input Output)
· การเชื่อมต่อกันของระบบ (System Interconnection)
ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ก็คือ CPU ซึ่งถ้ามองลึกลงไป CPU จะประกอบไปด้วยส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วนคือ
· หน่วยควบคุม (Control Unit) การทำงานของ CPU
· หน่วยคำนวณทางคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (Arithmetic and Logic Unit : ALU)
· รีจิสเตอร์ (registers) หรือหน่วยความจำเล็กๆ ที่ใช้บันทึกข้อมูลภายใน CPU
· การเชื่อมต่อกันภายใน CPU (Internal CPU Interconnection)
หัวใจสำคัญของ CPU ก็คือ CU ซึ่งถ้ามองลึกลงไป CU จะประกอบไปด้วยส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือ
· Sequencing Logic เป็นฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ CU และสร้างสัญญาณควบคุม (Control Signal) ซึ่งมาจากโปรแกรมขนาดเล็ก (Microprogram) ที่ใส่ไว้ใน Control Memory
· Control Unit Registers and Decoders เป็นรีจิสเตอร์ภายใน CU ที่ทำหน้าที่เก็บคำสั่งที่ถูกอ่านเข้ามา และแปลคำสั่งนั้น
· Control Memory จะเก็บโปรแกรมขนาดเล็ก (mocroprogram) ที่เป็นคำสั่ง (instruction) ซึ่งจะถูกทำกระบวนการ Fetch, decode, execute ด้วย Sequencing logic ผลลัพธ์ที่ได้จะส่งเป็น Control signal ไปควบคุมหรือสั่งการทำงานของ CPU
ทำไมต้องเรียนวิชา Computer Architecture and Organization
วารสาร IEEE/ACM Computer Curricula 2001 ซึ่งจัดทำโดย the Joint Task Force on Computing Curricula of the IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) Computer Society and ACM (Association for Computing Machinery) ได้เสนอชื่อวิชาสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ให้เป็นหนึ่งในวิชาที่ควรบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาสำหรับสาขาวิชา computer science …
เหตุผลที่ต้องเรียน - เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ทั้งด้านหน้าที่การทำงาน คุณลักษณะ ประสิทธิภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างกัน สามารถมองเห็นภาพและเลือกคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการใช้งานในองค์กรขนาดต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Cache, CPU หรือองค์ประกอบอื่นๆ

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

กระท้อนลอยแก้ว'

กระท้อนลอยแก้ว'


ส่วนผสม1. กระท้อนปุยฝ้าย 2 ผล2. น้ำตาลทราย1/2 ถ้วย3. เกลือป่น 3/4 ช้อนชา4. น้ำร้อน 1 ถ้วย5. น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วยลงมือเข้าครัว1. ปอกเปลือกระท้อนที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นใช้มีดปลายแหลมแซะเม็ดออก หั่นกระท้อนให้เป็นชิ้นขนาดพอคำ พักไว้2. นำเกลือที่เตรียมไว้มาละลายในน้ำร้อน จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง นำกระท้อนที่หั่นเตรียมไว้ แช่ลงไป ทิ้งไว้สักครู่3. หันมาทำน้ำเชื่อมกันก่อน โดยนำน้ำตาลละลายเข้ากับน้ำลอยดอกมะลิ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้ง เสร็จแล้วนำขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อม (แต่ไม่ถึงกับเหนียว) เมื่อได้ที่นำลงจากเตา พักไว้ให้เย็น4. เตรียมภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิดเอาไว้ หลังจากนั้นช้อนกระท้อนขึ้นจากน้ำเกลือ ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำก่อนใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นเทน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ลงไป เติมเกลือเล็กน้อย ชิมให้รสชาติกลมกล่อม ปิดฝา แล้วทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจะนานกว่านั้นก็ได้ เพื่อให้น้ำเชื่อมซึมเข้าไปในเนื้อกระท้อน เวลาจะรับประทานก็ตักกระท้อนใส่ถ้วย จากนั้นก็เติมน้ำแข็งเล็กน้อย พอให้เย็นชื่นใจ แค่นี้ก็เรียบร้อย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เรื่องดีๆที่เพื่อนฟอร์เวิร์ดมาให้อ่าน

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คนแต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปีวันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆของฉันมีกันจากนั้นพ่อก็รู้เรื่องพ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพงโดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน'ใครขโมยเงินไป' พ่อตวาดฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกันพ่อจึงเอ่ยขึ้นว่าถ้าไม่มีใครยอมรับก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ'พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้นทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้แล้วพูดว่า 'ผมขโมยเองครับ'ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่องพ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุดจนพ่อหอบด้วยความเหนื่อยพ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน' ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีกแกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย'คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมดแต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อยกลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมากน้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า' พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว'ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อหลายปีผ่านไปแต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เองฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลยตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี...เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้นเขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียนม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลายก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในจังหวัดเช่นกันคืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้านฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า ' ลูกเราทั้งคู่เรียนดีเรียนดีมากนะ'แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า'แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน'ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า' ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว'พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่'ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนนพ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้'คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆทั่วทั้งหมู่บ้านเพื่อขอยืมเงินฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้'แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้ใครจะรู้ได้ ... วันต่อมาในตอนเช้ามืดน้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิวก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ' พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....ผมจะไปหางานทำ แล้วจะส่งเงินมาให้พี่'ฉันนั่งอยู่บนเตียงอ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า ...ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไปตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี .ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน
รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหามทีไซท์ก่อสร้าง ...ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักเพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า 'มีชาวบ้านมาหาเธออยู่ข้างนอกแน่ะ'ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ???ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้างฉันถามเขาว่า'ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ'น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า 'ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี'ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้องและพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ' พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไงเธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม'จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงเป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉันแล้วพูดว่า'ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง'ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใดดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานานตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี .วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรกฉันสังเกตเห็นว่าหน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้วเมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมากหลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า'แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจกเพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ'แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า ' แม่ไม่ได้จ้างหรอกน้องชายลูกต่างหากวันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้านลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอน้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ'ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขาฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด 'เจ็บมากไหม'ฉันถาม'ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆมีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมดแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะและ...'น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูดเพราะฉันหันหน้าหนีเขา น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้งตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองหลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกันแต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่งแต่เมื่อออกไปแล้ว ท่านไม่รู้จะทำอะไรดีจึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิมน้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไปเขาบอกกับฉันว่า 'พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง'สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัวเราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัทแต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดาวันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิลและตกลงมาเพราะโดนไฟดูด เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาลฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลน้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า' ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้ดูตัวเองซิ เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง'คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียดยังยืนยันความคิดเดิมของเขา'พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธานส่วนผมมันการศึกษาต่ำ ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการคงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด'น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย .ฉันบอกกับน้องว่า 'แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่...''ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ' น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปีเขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกันในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า' ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้'น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล 'พี่สาวของผมครับ' .และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้'ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งเราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม. เพื่อเดินไปเรียนและเดินกลับบ้านวันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่งพี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่งและเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกลเมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาวเธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ ... นับจากวันนั้นผมสาบานกับตัวเองว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดีและจะทำดีกับเธอ' เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วสายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉันคำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ... 'ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ'ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขาคุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆแต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง.. ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อนหรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม

สรุปสำนักงาน

สำนักงาน หมายถึงหน่วยงานหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานสำคัญที่ก่อให้เกิดรายได้หรือผลผลิตขององค์กรลักษณะของข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงาน
คำสั่ง หมายถึง สิ่งที่กำหนดให้พนักงานและผู้บริหารต้องดำเนินการเมื่อได้รับ เช่น ใบสั่งซื้อสินค้าที่ได้รับจากลูกค้า

รายงาน หมายถึง เอกสาต่างๆเช่นรายงานการประชุม
เอกสรพิมพ์ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเอกสารพิมพ์ หมายถึง เอกสารที่พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
เสียง ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเสียง คือการพูดหรือบอกคำสั่ง เป็นต้นองค์ประกอบของสำนักงาน มีงานสำคัญที่ต้องปฏิบัติงานในสำนักงาน 7 ด้านดังนี้
1.ด้านบริการผู้บริหาร
2.ด้านข้อมูลและข่าวสาร
3.ด้านอาคารสถานที่ พัสดุและอุปกรณ์
4. ด้านการจัดการบุคลากร
5.ด้านการเงินและการบัญชี
6.ด้านการจัดการประชุม
7.งานประชาสัมพันธ์
องค์ประกอบของสำนักงาน(ต่อ)เครื่องพิมพ์ดีด โทรศัพท์ โทรสาร ตู้เก็บเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสารการวางแผนสำนักงานมีดังนี้วางแผนการจัดการสถาณที่และสภาพแวดล้อมวางแผนขั้นตอนการปฎิบัติงานกับการรับส่งและเบเอกสารวางแผนเกี่ยวกับกระแสงานวาวงแผนการจัดหาบุคลากรวางแผนการรักษาคววามปลอดภัยของเอกสารวางแผนการติดต่อสื่อสารภายใน-ภายนอกด้วยโทรศัพท์และโทรสารวางแผนการจัดซื้ออุกรณ์เครื่องใช้ วัสดุวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงานการจัดสายงาน
งานวิชาชีพ หมายถึง กลุ่มที่ทำงานต่างๆ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิกหรือวิศวกรงานสายสนับสนุน เช่น ช่าง หรือ นักเทคนิคด้านต่างๆสภาพแวดล้อมของสำนักงานที่ตั้งของสำนักงาน ควรตั้งอยู่ใกล้ร้านค้าหรือร้านอาหารการคมนาคมการเดินทางของพนักงานและผู้บริหารสำคัญมากสภาวภาพจิตใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นเดียวกัน
สำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง การประยุกต์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารในสำนักงานซึ่งประกอบด้วยพนักงาน นักวิชาชีพ และผู้จัดการคือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการช่วยให้ผู้คนจัดการสารสนเทศ สำนักงานอัตโนมัติเป็นหลักการ ป็นวิธีการใหม่สำหรับคิดและดำเนินการสารสนเทศ

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

จะอยู่อย่างไร ในโลก ร้อน ๆ

แม้นักวิทยาศาสตร์ได้พยากรณ์ไว้ว่า ถ้าโลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้อย่างน้อย ร้อยละ 60 ของที่ปล่อยกันอยู่ในปัจจุบัน ภายใน 40-50 ปี ข้างหน้านี้ อุณหภูมิโลกก็ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นระหว่าง 2-5 องศาเซลเซียส แต่การนิ่งเฉยหรือเร่งวิกฤตการณ์ด้วยการเดินหน้าทำกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนให้แก่โลกย่อมเท่ากับทำให้โลกลุกเป็นไฟในเวลาอันสั้นยิ่งกว่านั้น
มีข้อมูลระบุว่า ประมาณ ร้อยละ 16 ของก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่ในโลกเวลานี้มาจากอาคารบ้านเรือน การกำจัดของเสีย และเผาผลาญพลังงานในกิจกรรมนอกภาคการผลิต แต่ถ้ารวมด้านการคมนาคมขนส่ง ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง ร้อยละ 30
แม้ว่าปริมาณเกือบ 1 ใน 3 นี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราทั้งหมด แต่ถ้าลดส่วนนี้ลงได้ก็จะมีผลช่วยบรรเทาโลกร้อนได้ในระดับหนึ่ง
คำถามที่เลี่ยงไม่ได้คือ เป็นไปได้เพียงใดที่จะลดก๊าซเรือนกระจกส่วนนี้ลงให้มากที่สุด โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรามากนัก?
คำตอบคือ เป็นไปได้ แม้ว่าในบางเรื่องเราอาจต้อง “ออกแรง” หรือใช้ความพยายามมากหน่อย ก็ตาม
มีวิธีที่แต่ละคน แต่ละบ้านจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ ข้อเสนอแนะต่อไปนี้เป็นตัวอย่างง่าย ๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้ โดยแทบไม่ต้องลงทุน และไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก ถ้าคนส่วนใหญ่ทำกันสม่ำเสมอจนเป็นแกตินิสัย ภาวะโลกร้อนก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
ลดก๊าซเรือนกระจก เริ่มต้นที่ตัวเรา
มีหลายวิธีที่แต่ละคน แต่ละบ้านจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ ข้อเสนอแนะต่อไปนี้เป็นตัวอย่างง่าย ๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้ โดยแทบไม่ต้องลงทุน และไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก ถ้าคนส่วนใหญ่ทำกันสม่ำเสมอจนเป็นปกตินิสัย ภาวะโลกร้อนก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว
• ปลูกบ้านให้อากาศถ่ายเทได้ดี ทาสีอ่อนเพื่อสะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้านและให้แสงสว่าง ลดการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้ความสว่าง
• ถ้ามีพื้นที่ ปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้าน และในชุมชนให้มากมาย เพื่อช่วยลดความร้อน และดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ที่ทำให้โลกร้อน
• ประหยัดไฟ ใช้เครื่องไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ใช้หลอดประหยัดไฟ ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อใช้งานแล้ว และควรถอดปลั๊กด้วยทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน ตั้งตู้เย็นในที่อากาศถ่ายเทดี หมั่นละลายน้ำแข็งในตู้เย็นด้วย ถ้าใช้เครื่องปรับอากาศควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับห้อง ตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศาเซลเซียส และหมั่นทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ
• ประหยัดน้ำ อย่าปล่อยให้น้ำรั่วแม้เพียงเล็กน้อย ใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ถ้าเป็นไปได้ใช้ฝักบัวอาบน้ำแทนการใช้ขันตักอาบ เพราะประหยัดน้ำกว่า อย่าเปิดน้ำทิ้งไว้ขณะที่แปรงฟันหรือโกนหนวด ถ้าใช้เครื่องซักผ้า ควรเลือกแบบที่ประหยัดน้ำ
• ใช้เสื้อผ้าเหมาะสมกับอากาศ เพื่อลดการใช้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ
• ใช้ถุงผ้าหรือตะกร้าแทนถุงพลาสติก ใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติแทนภาชนะที่ทำด้วยพลาสติกหรือโฟม
• เลือกรับประทานอาหารที่มีกระบวนการผลิตน้อย เช่น อาหารสด ลดอาหารกระป๋อง ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม เพื่อลดพลังงานในการผลิตและเพื่อสุขภาพ
• เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดขยะหรือของเสียที่สลายตัวง่าย
• อย่าซื้อของใช้ตามใจตัวเอง ควรซื้อตามความจำเป็น อย่าให้ตัวเองเป็นเหยื่อการโฆษณาสินค้า
• เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ถ้าเป็นไปได้ เดินหรือใช้รถจักรยานแทนการใช้พาหนะที่ใช้เชื้อเพลิง ถ้าใช้รถ หมั่นตรวจและบำรุงรักษาสภาพเครื่องยนต์ ใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย เช่น ไบโอดีเซล หรือแก๊สโซฮอล์ ไม่ควรขับรถเกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
• คัดแยกขยะก่อนทิ้ง สิ่งไหนที่พอนำมาใช้ใหม่ได้อย่าทิ้ง ถ้าไม่ใช้เองควรบริจาคให้คนอื่น ดัดแปลงของที่หมดสภาพแล้ว เพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นถ้าเป็นไปได้
คนไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากแค่ไหน?
ตามข้อมูลของ World Bank ปี 2547 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับที่ 23 ของโลก (อันดับ 1-5 คือ สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และอินเดีย)
ใน ปี 2537 คนไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก 270 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่า แต่อีก 10 ปีต่อมาปริมาณเพิ่มข้นเป็น 325 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20
กิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดคือ กิจกรรมที่เกี่ยวกับพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา การแปรรูปหรือการเผาผลาญเชื้อเพลิงเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ก็ตาม ก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนนี้คิดเป็น ร้อยละ 48 ของทั้งหมดในปี 2537 และเพิ่มเป็น ร้อยละ 59 ในปี 2546
ปัจจุบันประเทศไทย ยังไม่มีพันธกรณีตามพิธีสารเกียวโตที่จะต้องดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่กำหนด เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากไทยยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่การชะลอการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ยังเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการ เพื่อให้สอดคล้องกับประชาคมโลกที่ต้องช่วยกันหาทางลดภาวะโลกร้อนให้มากที่สุด
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย เปรียบเทียบปี 2537 กับ 2546
ที่มา : จากคอลัมน์ วิถีสุข จดหมายข่าวรายเดือนประจำเดือนมิถุนายน 2551
ผลิตโดย ต้นคิด ภายใต้ สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ

เพลง

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน

ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในสำนักงาน แนวคิดด้านความปลอดภัยของข้อมูล
1. ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลในสำนักงาน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบคือ
1.1 คน ในที่นี้มี 2 กลุ่ม คือ
1.1.1 พนักงานของหน่วยงานที่ไม่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล
1.1.2 พนักงานของหน่วยงานที่เจตนาทำความเสียหายแก่ข้อมูล
1.2 ฮาร์ดแวร์
1.3 ซอฟต์แวร์
1.4 ไวรัสคอมพิวเตอร์
1.5 ภัยธรรมชาติ
2. รูปแบบของการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายแก่ข้อมูล ได้แก่
2.1 ดาต้าดิดดลิ่ง (data diddling) เป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว
2.2 ม้าโทรจัน (trojan horse) เป็นการทำอาชญากรรมโดยผู้ที่ได้รับความเสียหายไม่รู้ตัว เช่น การดักขโมยรหัสเพื่อผ่านเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ นำไปใช้ประโยน์ในภายหลัง
2.3 การโจมตีแบบซาลามิ (salami attack) เป็นการนำเศษเงินที่เป็นทศนิยมมารวมเป็นก้อนโต
2.4 แทรปดอร์ (trapdoor) หรือ แบคดอร์ (backdoor) เป็นจุดที่เป็นความลับในโปรแกรมที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อเข้าสู่โปรแกรมหรือโมดูลได้โดยตรง จึงเป็นช่องโหว่ในการทุจริตได้
2.5 การสงครามแบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic warefare) เป็นการทำลายระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์หยุดทำงานหรือการลบข้อมูลในหน่วยความจำ
2.6 ลอจิกบอมบ์ (logic bomb) เป็นการเขียนโปรแกรมโดยกำหนดเงื่อนไขเจาะจงไว้ล่วงหน้า เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โปรแกรมดังกล่าวจะทำงานทันที
2.7 อีเมลบอมบ์ (e-mail bomb) เป็นการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มาให้จำนวนมาก จนกระทั่งไม่มีเนื้อที่เหลือในการทำงานหรือรับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกต่อไป
3. อาชญากรคอมพิวเตอร์ อาชญากรคอมพิวเตอร์ (computer criminal) คือคนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างความเสียหายในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และข้อมูล ประกอบด้วย
3.1 ลูกจ้างของกิจการ
3.2 ลูกค้าหรือคู่ค้าของกิจการ
3.3 บุคคลทั่วไป แบ่งเป็น
3.3.1 มือสมัครเล่น (amateur) มักจะเป็นเยาวชน นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป
3.3.2 มืออาชีพ (professional) มักจะมาจากบุคคลที่ประกอบอาชีพคอมพิวเตอร์ หรือเคยอยู่ในหน่วยงานนั้นมาก่อน
ไวรัสคอมพิวเตอร์

1. ความหมายของไวรัสคอมพิวเตอร์ ไวรัสคอมพิวเตอร์ (computer virus) หมายถึง โปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยมีความสามารถในการแพร่กระจายจากระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในการแพร่กระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์จะแทรกตัวไปกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลหรือซ่อนตัวอยู่ในหน่วยความจำทั้งในหน่วยความจำหลักหรือหน่วยความจำสำรองก็ได้
2. วิธีการแพร่ระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์
2.1 ทางดิสเกตต์ (deskette) เมื่อนำแผ่นดิสเกตต์ที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ซ่อนตัวอยู่มาใช้งาน ไวรัสนั้นก็จะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้น
2.2 ทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) เป็นการแพร่ระบาดโดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น ไปรษณีย์อิเล็กนิกส์ กระดานข่าว เป็นต้น
3. ความเสียหายที่เกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างความเสียหายที่จากไวรัสคอมพิวเตอร์ เช่น
- การปรากฏข้อความในลักษณะต่างๆ ซึ่งสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ใช้งาน
- การลบหรือทำลายโปรแกรมหรือข้อมูล
- การทำให้โปรแกรมหรือข้อมูลนั้นใช้งานไม่ได้
- การทำให้โปรแกรมทำงานผิดๆ ถูกๆ
- การขยายหรือแพร่กระจายตัวเองในคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งไม่มีเนื้อที่เหลือที่จะใช้งานใดๆ ต่อไป
- การควบคุมการทำงานบางคำสั่งของโปรแกรมระบบทำงานผิดไปจากเดิม
4. ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์
4.1 บู้ตเซกเตอร์ไวรัส (boot sector virus) คือ โปรแกรมไวรัสที่แทรกตัวในตำแหน่งหน่วยความจำที่เรียกว่า บู้ตเซกเตอร์ไวรัส ตัวอย่างบู้ตเซกเตอร์ไวรัส ได้แก่ AntiCMOS, AntiEXE, Ripper, NYB (New York Boot) เป็นต้น
4.2 เมโมรี เรสซิเดนต์ ไวรัส (memory resident virus) คือ โปรแกรมไวรัสที่แทรกตัวในตำแหน่งเมโมรี
4.3 แมคโคร ไวรัส (macro virus) แพร่ระบาดโดยเมื่อคำสั่งแมคโครใดที่มีโปรแกรมไวรัสแทรกตัวอยู่ถูกเรียกมาทำงาน โปรแกรมไวรัสนั้นจะถูกเรียกมาด้วย ตัวอย่างแมคโคร ไวรัส ได้แก่ Concept, Laroux เป็นต้น
4.4 ไฟล์ไวรัส (file virus) เป็นโปรแกรมไวรัสที่แทรกตัวเข้าไปในเอกซ์ซิคิวเทเบิลไฟล์ (executable file) เมื่อโปรแกรมเหล่านี้ถูกเรียกมาทำงานในคอมพิวเตอร์ก็จะแพร่ไปยังโปรแกรมอื่นๆ
4.5 มัลติพาร์ไทต์ไวรัส (multipartite virus) เป็นไวรัสที่ผสมคุณสมบัติของบู้ตเซกเตอร์ไวรัส ไฟล์ไวรัส เข้าด้วยกัน
4.6 โปรแกรมกลุ่มอื่นที่เป็นภัยคุกคามเช่นเดียวกับโปรแกรมไวรัส เช่น ลอจิกบอมบ์ ม้าโทรจัน แรบบิต (rabbit) วอร์ม (worm) และอื่นๆ
5. ลักษณะการแทรกตัวของไวรัสคอมพิวเตอร์
5.1 การแทรกตัวแบบเชื่อมต่อกับโปรแกรมเป้าหมาย (append virus) วิธีนี้ไวรัสจะเกาะตัว (attach) กับโปรแกรมเป้าหมาย A เมื่อโปรแกรม A ถูกเรียกใช้งาน โปรแกรมไวรัสก็จะถูกเรียกตามไปด้วยและจะทำงานก่อนโปรแกรม A หลังจากนั้นโปรแกรม A ก็จะทำงานตามปกติ
5.2 การแทรกตัวแบบปิดล้อมโปรแกรมเป้าหมาย (virus that surround a program) วิธีนี้ไวรัสจะแทรกที่หัวและท้ายโปรแกรมเป้าหมาย A เพื่อควบคุมการทำงาน ทั้งตอนเริ่มต้นก่อนโปรแกรมเป้าหมายจะทำงาน และภายหลังจากที่โปรแกรมเป้าหมายทำงานเสร็จแล้ว
5.3 การแทรกตัวแบบผสมและแทนที่ (integrated virus and replacement) โปรแกรมจะเข้าไปแทนที่และแทรกตัวในบางส่วนของโปรแกรมเป้าหมาย A
6. การป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์
- ให้ใช้โปรแกรมจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
- ทดสอบซอฟต์แวร์ใหม่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่เป็นเอกเทศ (stand alone) และไม่มีฮาร์ดดิสก์
- ให้สำรองโปรแกรมที่ต้องใช้งาน และแฟ้มข้อมูล
- ให้ใช้โปแกรมป้องกันไวรัส (anti virus) ตรวจจับไวรัสเป็นประจำ
- ควรมีการสำรองโปรแกรมระบบในดิสเกตต์หรือซีดีรอมโดยเป็นแบบไม่ให้มีการเขียนซ้ำ (write protect)
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
1. การกำหนดการใช้ข้อมูล การกำหนดการใช้ข้อมูล (identification) เป็นการกำหนดสิทธิ์และการได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูล ได้แก่
1.1 การใช้บัตร (card) กุญแจ (key) หรือบัตรผ่านทาง (badge) เพื่อผ่านทางเข้าไปใช้ระบบหรือข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์
1.2 การใช้รหัสเพื่อเข้าสู่ระบบ เป็นการกำหนดรหัสเพื่อให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง
1.3 การใช้ลายเซ็นดิจิทัล (digital key) เป็นการรับรองเอกสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับในระบบลายเซ็นดิจิทัล
1.4 การตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ก่อนเข้าสู่ระบบ เช่น การอ่านลายนิ้วมือ การอ่านรูปทรงมือ การตรวจม่านตาหรือเรตินา (retina)
2. การเข้ารหัส การเข้ารหัส (encryption) เป็นกระบวนการเข้ารหัส (encode) ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการแปลงเนื้อหาที่ปรากฏให้ไม่สามารถเข้าใจได้สำหรับผู้ลักลอบข้อมูลไป ทำให้ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ข้อมูลที่เข้ารหัสจะต้องผ่านกระบวนการถอดรหัส (decryption) เพื่อถอดรหัส (decode) ให้เหมือนข้อความต้นฉบับ
3. การควบคุมในด้านต่างๆ
3.1 การควบคุมการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล (access control) เป็นการกำหนดระดับของสิทธิ์ในการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล
3.2 การควบคุมการตรวจสอบ (audit control)
3.3 การควบคุมคน (people control)
3.4 การควบคุมระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ (physical facilities control)
4. การมีโปรแกรมเพื่อตรวจสอบและป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ (anti virus program) เป็นการติดตั้งโปรแกรมเพื่อตรวจสอบและป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ทันทีที่พบว่าดิสเกตต์ที่นำมาใช้มีไวรัสฝังตัวอยู่ หรือไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากเครือข่ายมีไวรัสติดมาด้วย
5. การจัดทำแผนรองรับกรณีเหตุร้ายหรือแผนฉุกเฉิน (disaster & recovery plan) เป็นแผนฉุกเฉินในการกู้คืนข้อมูล และแผนฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาในระหว่างทำงาน
แหล่งที่มา 3203-2011 การปฏิบัติงานสำนักงานอัตโนมัติ อ.สมเกียรติ สุทธิยาพิวัฒน์



นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการส่วนศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะ กรรมการมรดกโลก สมัยที่ 32 ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ระหว่างวันที่ 2-12 ก.ค.นี้ นอกจากจะมีประเด็นเรื่องเขาพระวิหารที่กำลังเป็นข้อพิพาทอยู่ตอนนี้แล้ว รัฐบาลไทยต้องนำเสนอความคืบหน้าการศึกษาและสำรวจออก แบบทางเชื่อมผืนป่ามรดกโลกบนทางหลวงหมายเลข 304 สายกบินทร์บุรี-ปักธงชัย ที่ตัดผ่านป่าเขาใหญ่และทับลาน ตามเงื่อนไขสำคัญในการประกาศพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่เมื่อปี 2550 นอกจากนี้ประเทศไทยยังเตรียมเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเทือกเขาตะนาวศรี ที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกับผืนป่าของพม่า ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของไทยต่อคณะกรรมการมรดกโลก โดยได้ศึกษาความสำคัญและคุณค่าของกลุ่มแก่งกระจานแล้วเสร็จเมื่อเดือนพ.ค.นี้ พร้อมทั้งได้เสนอบรรจุร่างเอกสารบัญชีรายชื่อมรดกโลกไปเรียบร้อยแล้ว โดยกรมอุทยานฯ จะผนวกพื้นที่รอบๆมรดกโลกทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่มรดกโลกเพิ่มเติม โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตก ภายใต้โครงการเชื่อมต่อเทือกเขาตะนาวศรี เพื่อให้ครอบคลุมอุทยานอีก 17 แห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติอุ้มผาง คลองลาน คลองวังเจ้า น้ำตกพาเจริญ เชื่อมติดกับทองผาภูมิ ลำคลองงู เขื่อนศรีนครินทร์ และเขาสลักพระ เพื่อใปให้เป็นป่าผืนใหญ่ผืนเดียวกันด้วย
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ส่งการบ้ารครั้งที่ 1

การบ้านครั้งที่ 1
นางสาวปัทมา คงปางดี รหัส 491102064112
เลขที่ 12 วิทยาการคอมพิวเตอร์ห้อง 1

1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน
ตอบ สำนักงาน คือ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอาจเป็นห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ อาจเป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานหรือควบคุมการดำเนินงานโดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ โดยมีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง

2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง
ตอบ การจัดการสำนักงาน ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 3 ประการ
1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้ งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร,งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค,งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ,การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุมการใช้ทรัพยากร การควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ,สำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ,การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน,การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน,การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ลุล่วงไปด้วยดี
3. สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์,ระบบโทรคมนาคม,ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล,ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
ตอบ การวางแผนสำนักงาน ที่เหมาะสมจะประกอบด้วย
1. การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม
2. การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร
3.การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน
4.การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน
5. การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน
6. การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร
7.การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน
8.การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร
ตอบ สภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน
ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต ,การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน ,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย
5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง
ตอบ ระบบงานพิมพ์ เช่น เครื่องปริ้นเตอร์ เป็นต้น, ระบบโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์ในสำนักงาน โทรสาร, ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร เช่น ระบบรับส่งอีเมล ระบบอินเตอร์เน็ต, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร
ตอบ -ความต้องการของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงไป มีการเพิ่มหรือลดจากที่ได้กำหนดไว้ในแผนแม่บทสารสนเทศ
-การเปลี่ยนแปลงด้านวิทยาการเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา
- ไม่มีการกำหนดมาตรฐานสากลในการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน (protocol)เช่นระบบฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์ ระบบการสื่อสาร รหัสข้อมูลฯลฯ ผู้อื่น/หน่วยงานภายนอกที่ต้องติดต่อด้วยอาจใช้มาตรฐานต่างกัน
- ความสามารถในการบีบอัดแฟ้มข้อมูลภาพ และเสียงยังไม่มีประสิทธิภาพพอ ยังคงใช้เนื้อที่จัดเก็บสูง และใช้เวลาในการบีบอัด/ขยาย-คืนรูป
- ระบบสำนักงานอัตโนมัติจำเป็นต้องใช้ระบบสื่อสารข้อมูลซึ่งหากต้องการประสิทธิภาพ หมายถึง ค่าใช้จ่ายซึ่งสูงขึ้นและยากต่อการควบคุมยิ่งขึ้น(กรณี Virtual - Office Automation)- การสังเคราะห์เสียงจากข้อความตัวอักษรในแฟ้มข้อมูล ยังขาดความถูกต้องและสมบูรณ์พอโดยเฉพาะภาษาไทย- การวิเคราะห์ตัวอักษรไทย (Optical Thai Character Recognition) ยังอยู่ในระยะการพัฒนา อัลกอลิทึมให้สามารถเข้าใจตัวอักษรไทยได้ถูกต้องยิ่งขึ้น ทั้งการตัดคำ การพิจารณาคำผิดฯลฯ
- ความแตกต่างของระบบซอฟต์แวร์ประยุกต์ และซอฟต์แวร์ปฏิบัติการ แต่ละภาษาจะมีรายละเอียดปลีกย่อยด้านข้อมูล หน่วยความจำ หรือแม้แต่ฮาร์ดแวร์พิเศษ แตกต่างกันไป ทำให้การพัฒนาโปรแกรมซึ่งเลือกใช้ซอฟต์แวร์ทั้งสองต่างกัน อาจมีข้อขัดแย้งไม่สามารถทำงานร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ดีพอ
7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน
ตอบ สามารถแบ่งออกได้เป็น 8 ด้าน ได้แก่
1. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการศึกษา 2. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านตุลาการ
3. การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการเงินการ 4. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการบิน
5. การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการ 6.ประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงาน
7. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการบริหาร 8. คอมพิวเตอร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง
ตอบ 1. ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารกระดาษ การจัดส่ง การรับ การจัดเก็บและการทำลาย รวมทั้งงบประมาณในการจัดจ้างผู้ดำเนินการในแต่ละขั้นตอน
2. การเพิ่มประสิทธิภาพในสำนักงาน ลดขั้นตอนเวลาในการพิมพ์ผิด การตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุง
3.ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องรวดเร็วขึ้น เนื่องจากความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วในการสืบค้น
4. ผู้ปฏิบัติงานมีความภาคภูมิใจในสำนักงานและหน่วยงานมากขึ้น เนื่องจากมีสำนักงาน เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย รวดเร็วประหยัดเวลาในการทำงาน
5. หน่วยงานและสำนักงานมีภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับหน่วยงานภายใน ที่ได้รับการบริการและการติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องรวดเร็วทันสมัย

9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง
ตอบ 1) ลักษณะของสำนักงานอัตโนมัติที่มีประสิทธิผล ควรมีลักษณะดังนี้
- ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องล้วนใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายแลน
- มีการวางแผนระบบแฟ้มข้อมูลอัตโนมัติเพื่อผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและเอกสารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
- ซอฟต์แวร์ต่างๆใช้ง่าย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร
- อุปกรณ์ต่างๆเป็นมาตรฐานและทำงานร่วมกันได้
-ระบบงานประยุกต์ต่างๆ ได้รับการติดตั้งหรือพัฒนาขึ้นให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
2) บุคลากรที่มีบทบาทในการริเริ่มนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้
2.1 ผู้บริหารระดับสูง 2.2 ผู้บริหารระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานระดับต่างๆ
2.3 นักคอมพิวเตอร์และนักเทคโนโลยีอื่นๆ
3) ประเด็นสำคัญในการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ
3.1 การเลือกแนวทางการพัฒนาสำนักงานอัตโนมัติ 3.2 การวางแผนการพัฒนา
3.3 การพัฒนาและจัดระบบสำนักงานอัตโนมัติ 3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานและการปรับเปลี่ยน4) สิ่งสำคัญในการวางแผน ข้อมูลพื้นฐานที่จะต้องทราบก่อนการวางแผนคือ
4.1 ข้อมูลหน่วยงาน 4.2 ข้อมูลสถานภาพปัจจุบันของหน่วยงาน
4.3 ข้อมูลลักษณะของหน่วยงาน 4.4 ข้อมูลผู้ใช้ 4.5 ระบบการสื่อสาร
4.6 ลักษณะของระบบสารสนเทศที่ใช้ 4.7 การสนับสนุน
เมื่อทราบข้อมูลที่จำเป็นแล้วผู้วางแผนอาจจะจัดทำแผนการพัฒนาขึ้นโดยใช้เทคนิคต่างๆหรือใช้มาตรฐานการวางแผนงานที่หน่วยงานกำหนดขึ้น เช่นอาจใช้วิธีการเขียนแผนงานเป็นผังงานแกนต์หรือแกนต์ชาร์ต ซึ่งในแผนภาพดังกล่าวจะต้องแสดงระยะเวลาในการดำเนินภารกิจและรายการภารกิจต่างๆ ดังนี้ กำหนดทีมงาน จัดประชุมชี้แจง รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบงาน เลือกอุปกรณ์และระบบงาน พัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติม ติดตั้งอุปกรณ์และระบบงาน ทดสอบอุปกรณ์และระบบงาน จัดทำคู่มือ ฝึกอบรม ปรับเปลี่ยนข้อมูลเดิม เปลี่ยนระบบ ประเมินผลการดำเนินงาน ปรับปรุงแก้ไข
5) วิธีการพัฒนา หน่วยงานสามารถพัฒนาหรือจัดหาระบบงานคอมพิวเตอร์มาใช้งานได้ 6 แบบ ดังนี้ 5.1 การจัดทำระบบงานเองโดยเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์
5.2 การจัดทำระบบงานเองโดยกลุ่มผู้ใช้ระบบ
5.3 การว่าจ้างบริษัทภายนอก
5.4 การซื้อระบบงานมาตรฐาน
5.5 การซื้อระบบงาน
5.6 การจัดซื้อบริการ
6) วัฏจักรพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติ
6.1 การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ 6.2 การออกแบบระบบ
6.3 การสร้างและการติดตั้งระบบ 6.4 การทดสอบระบบงาน
6.5 การเตรียมตัวใช้งานระบบ 6.6 การเปลี่ยนระบบ
6.7 การประเมินและปรับปรุงระบบ

10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
ตอบ มองไม่เห็นชีทอาจารย์เลย ตัวเล็กมาก ให้เวลาพักซัก 10 นาที

11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ
ตอบ ระบบปฏิบัติการสำนักงานอัตโนมัติ หมายถึงสำนักงานซึ่งได้รับการพิจารณาคัดสรรงานต่างๆ ที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมมาจัดการเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานเดิม ซึ่งมักจะเป็นการปฏิบัติด้วยมือมาเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ หรือ แบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นยังครอบคลุมรวมถึงการใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นให้สามารถบริหารการสืบค้นเอกสาร ภาพ หรือข้อมูลจากแหล่งจัดเก็บต่างๆ ในสำนักงาน แผนกต่างๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ ผู้ร้องขอซึ่งมีสิทธิ์ นำไปประมวลผลให้ได้ข่าวสารที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน หรือบริหารงานของสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปี ค.ส. 1960 ใช้เครื่องพิมพ์ดีด (Typing) โทรศัพท์ (Telephone) เครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องจักร (Electronic Machine) ปี ค.ส. 1964 ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Mainframe, Mini และ Micro Computer ใช้โปรแกรมWord Processingจัดเก็บข้อมูลในเทปแม่เหล็ก หรือเรียกว่า จานแม่เหล็ก ปัจจุบัน ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PC Computer ใช้ระบบ Electronic Mail ใช้เครือข่าย Lacal Area Network (LAN) หรือ Wide Area Network (WAN)

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2551



เตือนภัย สำหรับผู้หญิง 'ยาเสียสาว'

' ยาเสียสาว' ผลิตจากจีน ระบาดตลาดชายแดนไทย-ลาว บางรายแฝงมากับคนขี่จักรยานขายของเร่ มีทั้งชนิดน้ำและผง ออกฤทธิ์ภายใน 10 นาที หลังจากมีข่าวการแพร่ระบาดของยาเสียสาวในรูปแบบของกาแฟผงและน้ำส้มนั้น ล่าสุด จากการตรวจสอบไปตามแนวตะเข็บชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ด่านท่าขี้เหล็ก และแถบ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ไปจนถึงแถบชายแดนไทย-ลาว ที่ จ.นครพนม และ จ.หนอง คาย พบว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้เริ่มมี'ยาเสียสาว'เข้ามาขายตามร้านค้า แต่ยังอยู่ในลักษณะปกปิด หรือรู้กันเฉพาะกลุ่มยาเสียสาวที่นิยมทางแถบชายแดนมีอยู่สองแบบ คือ แบบน้ำใสบรรจุขวดแก้วขนาดเล็ก ลักษณะไม่มีรส ไม่ มีสี และไม่มีกลิ่น ราคาขวดละ 250 บาท ส่วนอีกชนิดเป็นผงสีขาวละเอียด บรรจุอยู่ในซองที่มีภาพถ่าย หญิงโป๊เปลือย มีตัวอักษรจีนระบุว่า ใช้สำหรับผู้หญิง ปริมาณสุทธิซองละ 2,000 มิลลิกรัม สามารถละ ลายในของเหลวทุกชนิดได้ดีในชั่วพริบตา ราคากล่องละ 1,000 บาท ข้างในบรรจุ 4 ซอง ตกราคาซองละ 250 บาทเช่นกัน ซึ่งยาทั้งสองประเภทมีพ่อค้าที่นำยาไวอากร้าจากประเทศจีนนำเข้ามาขาย และกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ยาประเภทนี้นิยมใช้ในหมู่นักเที่ยว ซึ่งหลังจากที่ให้เหยื่อกินยาเข้าไปแล้วจะออกฤทธิ์เร็วมาก เพียงไม่ถึง10 นาที ก็จะสังเกตมีอาการผิดปกติ ผู้หญิงหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด และตัวร้อนผ่าว ' ที่น่ากลัว คือ ยาชนิดนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น หากเอาไปหยอดใส่น้ำเปล่าให้เด็กสาวกินก็จะอันตรายมาก เพราะเด็กจะไม่รู้เลยว่าในน้ำแก้วนั้นมีส่วนผสมของยาปลุกเซ็กส์ จึงขอให้ผู้ปกครองเตือนบุตรหลานอย่า รับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า หรือเพื่อนชาย เพราะไม่จำเป็นต้องถูกมอมเหล้า แม้แต่น้ำเปล่าก็อาจทำ ให้เสียสาวได้'